เชื่อว่าใครหลายคนต้องเคยมีช่วงเวลาที่สับสน ห่อเหี่ยว เบื่อหน่าย หมดไฟในการทำงาน ท้อกับการเรียน อย่าพึ่งกังวลไปมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เราจะหมดไฟและรู้สึกเหนื่อย ด้วยวัยที่โตขึ้นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็มากขึ้น แอดเลยอยากแนะนำยาวิเศษผ่านตัวหนังสือที่จะทำให้ทุกคนได้กลับมาใจฟูมีแรงฮึบอีกครั้ง

1.ไม่ได้ขี้เกียจแค่กําลังชาร์จพลัง
ผู้เขียน : Dancing Snail
สำนักพิมพ์ : Springbooks
เป็นหนังสือสัญชาติเกาหลีที่แปลไทยออกมาได้ดีเลย เรื่องนี้เจ้าของเล่มได้แชร์ประสบการณ์เศร้าซึม เบื่อหน่ายกับทุกสิ่ง ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดของชีวิตที่ตัวเค้าต้องพบเจอ และคาดว่ามีอีกหลายคนที่เป็นแบบเค้า เค้าจึงได้แชร์เรื่องราวเคล็ดลับและข้อคิดดีๆ ที่จะทำให้ทุกคนมีพลังใจเหมือนโดนชาร์จไฟยังไงยังงั้น ซึ่งมันนำไปใช้ได้จริงๆนะทุกคน แอดว่ามันเหมาะกับคนที่มีภาวะ " Burnout syndromes " หรือก็คือ "ภาวะหมดไฟ " มากๆ เนื้อหาในเล่มอ่านง่าย แถมมีภาพประกอบน่ารักๆ สบายตาสุดๆ ใครที่มาภาวะนี้อยู่ แนะนำเรื่องนี้เลย

2.ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่ ฉันแค่อายุ 30
ผู้เขียน: นีน่า คิม
สำนักพิมพ์: Bloom
เป็นหนังสือแปลอีกเรื่องที่แอดว่าชื่อเรื่องมันโดนจังวะ แค่เห็นชื่อเล่มถึงกับต้องถอยกลับมาเปิดอ่าน เล่มนี้เจ้าของเรื่อง คุณนี่นา คิม ชาวเกาหลี เค้าต้องการสื่อถึงชีวิตวัย 30 ที่ไม่ได้เจ๋งอย่างที่คิด มีความผิดพลาด ความผิดหวัง ความเสียใจในรูปแบบใหม่ๆ ที่เราไม่เคยได้เจอ ในขณะที่เพื่อนวัยเดียวกัน กลับประสบความสำเร็จและไปได้ไกลกว่า ทำไมมีแต่เค้าที่ยังคงเดินอยู่ช้าๆ แล้วยังไงล่ะ ถึงจะช้าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกการก้าวเดินของเรามันมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ต้องรีบแค่ "ใช้ชีวิตวัย 30 ให้เท่ที่สุดก็พอ"

3.อย่าลืมว่าเรามีวันนี้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ผู้เขียน: คิมซังฮยอน
สำนักพิมพ์: Springbooks
ประโยคอันแสนธรรมดาแต่ความหมายลึกซึ้ง เรื่องนี้สะท้อนถึงสังคมปัจจุบันที่สุด การเรียน ฐานะ หน้าที่การงาน ทุกอย่างคือการแข่งขัน ผู้คนส่วนมากมักจะเคร่งเครียดและเร่งรีบอยู่เสมอ เพื่อเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ และเมื่อผิดพลาดไม่เป็นไปตามที่เราหวัง ก็ทำให้เรารู้สึกแย่และตำหนิตัวเองจนลืมไปว่าใครๆ ก็ผิดพลาดได้ทั้งนั้นแหละ ใช่แล้วไม่มีใครที่เก่งไปซะทุกอย่างหรอกนะ การที่เราพลาดนั่นล่ะคือประสบการณ์ชั้นดีที่หาไม่ได้ในห้องเรียน จงยอมรับความผิดพลาดและพัฒนาตัวเองต่อเพื่อทำมันให้ดีขึ้นซะ และอย่ามัวแต่กดดันตัวเองจนมองข้าม"ความสุข" ของตัวเองล่ะ เพราะ "เรามีวันนี้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น"

4.ทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง
ผู้เขียน: วินนี่
สำนักพิมพ์: Springbooks
เล่นนี้คือเหมาะสำหรับคนที่ขี้เกียจหรือไม่ชอบตัวหนังสือเยอะๆ มาก เนื้อหาอ่านง่ายสบายตา ผู้เขียนเขียนออกได้ตรงใจและอาจจะโดนใจใครหลายๆคนมากๆ สำหรับคนที่พยายามแล้วแต่ยังล้มเหลว และกำลังจะล้มเลิก อย่าพึ่งยอมแพ้สิ ลืมแล้วหรอว่าทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง อาจดูเหมือนประโยคปลอบใจ แต่ไม่มีใครที่สำเร็จได้ในครั้งเดียว ทำต่อไปเรื่อยๆและยึดมั่นกับสิ่งที่เราตั้งใจ วันนั้นต้องมาถึงอย่างแน่นอน อย่ากลัวที่จะริเริ่มทำตามความฝัน ผิดพลาดบ้างก็ไม่เป็นไร อย่ากังวลที่จะตามใครไม่ทัน เพราะ "ทุกคนมีจังหวะชีวิตที่เป็นของตัวเอง"

5. เธอมีค่าในแบบที่เป็น
ผู้เขียน: คิมจีฮุน (Ji Hun Kim)
สำนักพิมพ์: Springbooks
มาแล้วเล่มสุดท้าย แอดชอบความหมายและการสื่อของเจ้าของเล่มจัง อาจดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วไปที่เรานั้นเองก็รู้อยู่แล้ว แต่ทุกคนนั้นกลับมองข้ามไป นั่นคือการรักตัวเองให้มาก บางครั้งเราอาจห่วงความรู้สึกคนรอบข้างมากเกินไป จนลืมห่วงความรู้สึกตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใครจะมองเรายังไง สุดท้ายคุณค่าของเราขึ้นอยู่กับตัวเราเอง พาตัวเองไปเดินชมธรรมชาติ ไปหาของกินอร่อยๆ อ่านหนังสือฟังเพลง ผักผ่อนให้เต็มอิ่ม ทำตามเสียงหัวใจตัวเอง นั่นล่ะคือ “การมีค่าในแบบที่เป็น”
แนะนำดีค่ะ